โบกมือลาโรคเบาหวาน ด้วยความเบาใจ

“โรคเบาหวาน” โรคยอดฮิตของคนสูงอายุในไทย เนื่องมาจากปัจจุบันนี้สังคมเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก ต้องแข่งกับเวลาอยู่ตลอดเวลา จนปล่อยปะละเลยในการใส่ใจกับสุขภาพของตนเอง ส่วนใหญ่ก็ทราบกันกันดีว่าโรคเบาหวานนี้มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการกินอาหารที่มีรสหวานจัดเกินไป แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักโรคเบาหวานนี้ว่ามันคือโรคอะไรกันแน่ มีสาเหตุมาจากอะไร แล้วเราจะรับมือกับมันได้ยังไง ไปดูพร้อม ๆ กันเลยครับ

สารบัญ

⦁ โรคเบาหวานคืออะไร
⦁ สัญญาณร้ายของการเป็นเบาหวาน
⦁ กินอะไร ห่างไกลจากเบาหวาน

โรคเบาหวานคืออะไร

หลายคนเริ่มตอบคำถามกันในใจแล้วล่ะ ว่าโรคเบาหวานก็น่าจะเป็นโรคที่เกิดจากการที่ของหวานหรือน้ำตาลในปริมาณที่มากไป ไม่ผิดครับ แต่จริง ๆ แล้ว โรคเบาหวานนั้นเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หรือผลิตได้ไม่เพียงพอต่อที่ร่างกายต้องการใช้ ส่งผลให้กระบวนการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนเกิดน้ำตาลสะสมในเลือดปริมาณมาก หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อม เกิดโรคและอาการแทรกซ้อนขึ้น ซึ่งอินซูลินมีหน้าที่ในการนำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ระยะแรกนั้น มักไม่แสดงอาการเตือนให้เห็น ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย หรือน้ำหนักลด แต่ส่วนมากผู้ป่วยมักจะพบโรคเบาหวานโดยบังเอิญจากการไปตรวจโรคแทรกซ้อนที่มีสาเหตุมาจากโรคเบาหวานมากกว่า โดยในปัจจุบันนี้ เราสามารถตรวจภาวะก่อนเป็นเบาหวานได้ ด้วยการตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด และตรวจระดับน้ำตาลสะสม การตรวจดังกล่าว จะทำให้รู้ระดับน้ำตาลในเลือด และควบคุมไม่ให้เข้าสู่ระดับอันตรายได้อย่างทันท่วงที ทำให้สามารถป้องกันโรคเบาหวานได้นั่นเอง

สัญญาณร้ายของการเป็นเบาหวาน

โรคเบาหวานอาจจะพบในวัยเด็กหรือวัยหนุ่มสาวได้ เนื่องมาจากตับอ่อนจะสามารถสร้างอินซูลินได้น้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทั้งนี้อาการของผู้ป่วยโรคเบาหวานมักจะสังเกตได้ดังนี้
⦁ ปัสสาวะและกระหายน้ำบ่อยขึ้น
หากเรามีพฤติกรรมที่ปัสสาวะบ่อยขึ้น โดยเฉพาะอย่ายิ่งตอนกลางคืน และมีอาการกระหายน้ำมาก จะเป็นอาการหนึ่งของผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน สาเหตุก็เพราะว่าร่างกายต้องขับน้ำตาลที่มีอยู่ในเลือดสูงออกมาทางปัสสาวะ และร่างกายก็ต้องการน้ำเข้ามาทดทานน้ำที่เสียไปนั่นเอง
⦁ น้ำหนักลด
        สาเหตุของการที่น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว มาจากการที่ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ ทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะขาดอาหารและเริ่มดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานแทนนั่นเอง
⦁ กินจุบจิบ
          หากมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากคนที่ไม่ชอบกินของจุบจิบ มาเป็นคนที่กินจุบจิบหรือหิวบ่อยแบบไม่มีสาเหตุเราอาจจะเผชิญกับโรคเบาหวานก็ได้นะ เพราะเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่างกายก็จะต้องการอาหารเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และจะส่งสัญญาณออกมาเป็นความรู้สึกหิวนั่นเอง
⦁ มีปัญหาที่ผิวหนัง
ผู้ป่วยเบาหวานบางรายอาจจะมีรอยดำคล้ำที่บริเวณคอหรือใต้รักแร้ ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวการณ์ดื้ออินซูลินในร่างกาย ดังนั้นหากพบว่ามีปัญหาผิวหนังดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
⦁ บาดแผลหายช้า
          หากบาดแผลที่เกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อ แผลถูกของมีคมบาด หรือแม้แต่รอยฟกช้ำนั้นหายได้ช้า สาเหตุมากจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินกว่าปกติของผู้ป่วยเบาหวานจะไปขัดขวางการทำงานของหลอดเลือด โดยจะไปสร้างความเสียหายในหลอดเลือด ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณที่มีบาดแผลได้น้อยนั่นเอง
⦁ ชาตามปลายมือปลายเท้า
          อาการชาตามปลายมือปลายเท้า เป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่าระดับน้ำตาลในเลือดได้เข้าไปทำลายระบบการทำงานของประสาท มักจะเป็นอาการที่เกิดกับคนที่เป็นโรคเบาหวานและมีระดับน้ำตาลสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน
⦁ อารมณ์ฉุนเฉียว
         เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดจะส่งผลกับทุกระบบการทำงานในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอารมณ์ เมื่อร่างกายขับน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะจนระดับน้ำตาลในเลือดเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ระบบต่าง ๆ ก็จะกลับมาทำงานเป็นปกติ

กินอะไร ห่างไกลจากเบาหวาน

การรับประทานอาหารสำหรับคนเป็นเบาหวานมีจุดประสงค์เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ตลอดจนป้องกันความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานด้วย โดยอาหารคนเป็นเบาหวาน ควรเลือกรับประทาน ได้แก่
⦁ ผักใบ โดยเฉพาะผักที่มีวิตามินซี การรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีจะช่วยลดการอักเสบและลดระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารของคนเป็นเบาหวานและคนที่มีความดันโลหิตสูงได้
⦁ ไข่ การรับประทานไข่จะช่วยเพิ่มการตอบสนองต่ออินซูลิน ลดการอักเสบ และเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีในร่างกาย
เมล็ดเจีย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งการศึกษาได้ระบุว่า การรับประทานเมล็ดเจียช่วยลดความดันโลหิตในขณะหัวใจบีบตัว ลดการอักเสบ ลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดที่เป็นสาเหตุของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายและโรคหลอดเลือดสมอง
ขมิ้น  มีฤทธิ์ช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่เป็นประโยชน์ต่อคนเป็นเบาหวาน
⦁ กรีกโยเกิร์ต เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ และมีสารโพรไบโอติก และอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้
⦁ ถั่ว มีไฟเบอร์สูงและมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และไขมันชนิดที่ไม่ดีได้ด้วย
⦁ บร็อกโคลี่ เป็นผักชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ อย่างคาร์โบไฮเดรต แมกนีเซียม และวิตามินซี การรับประทานบร็อกโคลี่อาจช่วยลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน และยังช่วยต้านอนุมูลอิสระในระหว่างกระบวนการเมตาบอลิซึมได้เช่นกัน
⦁ สตรอเบอร์รี่ มีสารสำคัญที่ทำให้สตรอเบอร์รี่มีสีแดงที่ชื่อว่า แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อคนเป็นโรคเบาหวาน โดยสารเหล่านี้อาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจที่เป็น 1 ได้
⦁ ต้นอ่อนข้าวสาลี หรือ wheatgrass จะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด โดยสารสำคัญในต้นอ่อนข้าวสาลีจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลและไขมันให้คงที่ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ที่เป็นเบาหวาน


เบาหวาน! แต่ไม่เบาใจ เมื่อร่างกายต้องแข่งกับเวลาจนปล่อยปะละเลยการใส่ใจสุขภาพ โดยบทความนี้จะทำให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้รู้จักกับโรคเบาหวานว่ามันคืออะไร สัญญานของโรคร้ายนี้คืออะไร แล้วในยุคสมัยที่อาหารฟาสต์ฟู้ดเข้ามามีอิทธิพลต่อเรามาก แล้วเราจะมีเลือกกินอาหารยังไงให้ห่างไกลจากโรคเบาหวาน บทความนี้มีคำตอบ

Login