พฤติกรรมเสี่ยง ที่รู้แล้ว ควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากตับพัง

“ตับ” ถือเป็นอัวยวะที่มีหน้าที่สำคัญในร่างกายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ช่วยชะล้างสารพิษในร่างกาย เป็นคลังสารอาหาร สร้างเกลือน้ำดีและน้ำดี ผลิตน้ำย่อยอาหารประเภทโปรตีน ดังนั้นการดูแลรักษาสุขภาพของร่างกายโดยเฉพาะตับ จึงสามารถช่วยป้องกันในการเกิดโรคภัยที่เกิดจากตับได้ งั้นเรามาสำรวจ 7 พฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลต่อการทำงานของตับกันเถอะ

สารบัญ

⦁ 6 พฤติกรรมร้ายทำลายตับ
⦁ อาหารมีประโยชน์เหมือนได้ยาดี
⦁ อาหารไม่ดีที่จ้องทำลายตับ
⦁ ออกกำลังกาย หายจากโรคตับได้

6 พฤติกรรมร้ายทำลายตับ

เราลองมาเช็ค 6 พฤติกรรมเสี่ยง ที่ส่งผลต่อการทำงานของตับกัน ได้แก่

พฤติกรรมที่ 1 การพักผ่อนไม่เพียงพอการพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดภาวะระดับของสารอนุมูลอิสระเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย หากมีพฤติกรรมการนอนที่ไม่เพียงต่อเป็นเวลานาน จะนำมาสู่โรคภัยอื่น ๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง โรคอ้วน โรคซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวนง่าย เป็นต้น ดังนั้นเพื่อสุขภาพร่างกายและตับที่แข็งแรง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไป

พฤติกรรมที่ 2 การสูบบุหรี่หลายคนเริ่มสงสัยแล้วใช่มั้ยล่ะว่า การสูบบุหรี่ส่งผลต่อตับยังไง การสูบบุหรี่จะส่งผลต่อการทำงานของตับผ่านการสูดดมควันบุหรี่ และผ่านสารนิโคตินที่มีสารอนุมูลอิสระปะปนอยู่ ซึ่งจะทำให้ตับทำงานหนักขึ้น และนำไปสู่การกีดขวางการทำงานของร่ายกาย เพราะฉะนั้นรู้แบบนี้แล้ว ควรลด ละ เลิกการสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีควันบุหรี่ เพื่อสุขภาพตับที่แข็งแรง

พฤติกรรมที่ 3 การใช้ยา และอาหารเสริมเกินความจำเป็น การใช้ยาเกินความจำเป็น จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับใหย้หนักกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ใช้ยาพาราเซตามอล ยาไอบูโพรเฟน เป็นประจำ และผู้ป่วยที่ใช้ยารักษามะเร็ง บางรายอาจถึงขั้นเกิดภาวะตับวายจนเสียสีวิตได้เลยทีเดียว อีกทั้งอาหารเสริมต่าง ๆ ที่ใช้เกิดความจำเป็น ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ให้มั่นใจก่อนว่าปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อตับ

พฤติกรรมที่ 4 มีไขมันส่วนเกินของร่างกายในบางรายที่มีไขมันส่วนเกินในร่างกายมากเกินไป จนเกิดการสะสมของไขมันที่ตับ จนเกิดภาวี “ไขมันพอกตับ” ที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ตับเกิดการอักเสบเรื้อรัง จนตับแข็งในที่สุด โดยไขมันส่วนเกิดส่วนใหญ่พบในผู้ที่ที่เป็นโรคอ้วน หรือโรคเบาหวาน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ของทอด ของมัน ขนมกรุบกรอบ

พฤติกรรมที่ 5 การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมการดื่มแอลกอฮอล์หนัก เป็นสาเหตุหลักที่ทำลายตับ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การเกิดไวรัสตับอักเสบ ไขมันพอกตับ จนตับแข็งได้ในที่สุด เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์ที่หนักนั้น จะทำให้ตับทำงานหนักในการขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย และสำหรับการดื่มน้ำอัดลม ในปัจจุบันพบว่าผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำจะมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะไขมันพอกตับมากขึ้น ดังนั้นรู้แบบนี้แล้วละก็ ควรลดปริมาณการดื่มทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม เพื่อสุขภาพตับที่ดีขึ้น

พฤติกรรมที่ 6 สารพิษ และสารเคมี บางรายที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับการใช้สารพิษ และสารเคมี ย่อมมีความเสี่ยงที่จะได้รับสารอันตรายเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคตับอักเสบได้ เช่น สารหนู สารกำจัดวัชพืช รวมถึงน้ำยาที่ใช้ทำความสะอาดต่าง ๆ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงและป้องกันตัวเองจากสารพิษ และสารเคมีเหล่านั้น

อาหารมีประโยชน์เหมือนได้ยาดี

⦁ แอปเปิ้ล ช่วยขับสารพิษออกจากไตและตับได้ เมนูแนะนำ ได้แก่ พายแอปเปิ้ล แยมแอปเปิ้ล น้ำแอปเปิ้ล
⦁ ชาเขียว ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและบำรุงตับ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตับอีกด้วย
⦁ มันฝรั่ง ช่วยบำรุงตับแข็งแรง เมนูแนะนำ ได้แก่ มันฝรั่งบด มันฝรั่งต้มหรือนึ่ง
⦁ ถั่วเขียว ช่วยบำรุงตับ และขับสารพิษออกจากร่างกาย เมนูแนะนำ ได้แก่ น้ำถั่วเขียว ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ถั่วเขียวต้มนมสด
⦁ แครอท ช่วยล้างสารพิษที่อยู่ในตับ และช่วยขจัดไขมันส่วนเกิดออกจากตับ เมนูแนะนำ ได้แก่ เค้กแครอท ยำแครอท ซุปแครอท
⦁ กะหล่ำปลี เพิ่มกลูต้าไธโอนให้กับร่างกาย ช่วยล้างสารพิษและบำรุงตับ เมนูแนะนำ เช่น ผัดกะหล่ำปลี
⦁ บีทรูท มีสารฟลาโวนอยด์ ช่วยในการฟื้นฟูของตับได้อย่างดี เมนูแนะนำ เช่น สมูฑตี้บีทรูท สลัดบีทรูท

อาหารไม่ดีที่จ้องทำลายตับ

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับตับ มักจะมีอาการเบื่ออาหาร ทานน้อยลง จนสารอาหารในร่างกายไม่ครบถ้วน ส่งผลให้อาการของโรคตับนั้นทวีความรุนแรงขึ้น ฉะนั้นเราลองมาดูไปพร้อม ๆ กันเลยว่า อาหารต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยโรคตับนั้นมีอะไรบ้าง
⦁ อาหารที่มีไขมันสูง
งดการประกอบอาหารโดยใช้น้ำมันหมู และควรเปลี่ยนมาใช้น้ำมันจากพืชแทน เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง เนื่องจากผู้ป่วยโรคตับนั้นจะมีปัญหาในการดูดซึมและย่อยไขมันในร่างกาย ดังนั้นจึงไม่ควรทานอาหารที่มีไขมันสูง เพราะจะยิ่งส่งผลต่อการทำงานของตับให้หนักขึ้นนั่นเอง
⦁ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม
เพื่อลดโอกาสในการเกิดเส้นเลือดโป่งพองในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และไขมันพอกตับ จึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมทุกชนิด
⦁ อาหารรสจัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีเกลือในปริมาณที่สูง ไม่ว่าจะเป็น ขนมขบเคี้ยว อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยควรจะทานอาหารที่มีผลจืด เพื่อลดการทำงานของตับ
⦁ ยา และอาหารเสริม
นอกการจากอาหารที่มีไขมันสูง ครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมแล้ว ผู้ป่วยยังควรงดการทานอาหารเสริม หรือยาที่ไม่จำเป็น โดยที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ทำงานของตับได้
⦁ อาหารทะเล
เนื่องจากอาหารทะเลบางชนิดจะมีสารหนูปนเปื้อนในอาหาร เช่น ปลาหมึกแห้ง หากได้รับสารหนูเข้าสู่ร่างกาย จะเกิดการสะสมไว้ในตับ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตับทำงานหนัก และเกิดการอักเสบได้ในที่สุด

ออกกำลังกาย หายจากโรคตับได้

การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคตับ สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการเดิน การวิ่งเบา ๆ และที่สำคัญควรงดการออกกำลังกายที่ต้องมีการเบ่ง หรือเกร็งกล้ามเนื้อท้อง เช่น การยกน้ำหนัก การวิ่งมาราธอน ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายแล้ว การมีสภาวะจิตใจที่ดี ก็ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้เทีเดียว โดยการออกกำลังกายมีประโยชน์มากมายสำหรับผู้ที่เป็นโรคตับ เช่น
⦁ การมีภูมิคุ้มกันดีขึ้น หากร่างกายแข็งแรงขึ้น ก็สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้
⦁ ช่วยให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น ซึ่งเลือดจะนำออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงในตับมากยิ่งขึ้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของตับได้ดีขึ้น
⦁ ขจัดไขมันส่วนเกิดของร่างกาย การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้ไขมันสะสมในร่างกายลดลง ซึ่งจะช่วยให้ตับทำงานได้ดีขึ้น
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การออกกำลังกายและมีสภาวะจิตใจที่ดี จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคตับได้

6 พฤติกรรมเสี่ยง ที่ใครไม่อยากตับพัง ต้องอ่าน! บทความนี้จะรวบรวมพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลต่อการทำงานของตับ ที่ถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญในร่างกาย อีกทั้งยังแนะนำอาหารที่ดีและร้ายต่อตับ ไปจนถึงการออกกำลังกายที่เหมาะสมต่อผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ

Login