ภัยเงียบจากโรค ไวรัสตับอักเสบบี ที่หลายคนคงคิดว่าห่างไกล

ไวรัสตับอักเสบบี ถือว่าเป็นที่มาแบบเงียบๆ แม้ไม่ได้เป็นโรคยอดนิยมอะไรมากมายนัก แต่ก็ถือว่าเป็นโรคที่ควรเฝ้าระวัง เพราะโรคนี้คือโรคติดต่อที่เรียกได้ว่าถ้าได้เป็นกันแล้วถือว่าซวยมากๆ ถ้าใช้ชีวิตอย่างไม่ระมัดระวังตัว ปล่อยตัวเองแบบสบายๆ ง่ายๆ ก็เท่ากับว่าคุณเองก็กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงของไวรัสตับอักเสบบีอยู่ตลอดเวลา และอย่าคิดว่าโรคนี้มันไกลตัวตัวเอง หากแต่ทุกท่านยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคม มีเพื่อนฝูง คนรู้จัก คนในครอบครัว ก็เท่ากับว่าท่านเองกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อโรคนี้แบบใกล้ชิดอยู่แน่นอน อย่ามองข้ามเด็ดขาดกับโรคไวรัสตับอักเสบบีกับความอันตรายที่หลายคนอาจจะไม่ทราบมาก่อนว่าการใช้ชีวิตแบบนี้ก็เสี่ยงต่อโรคนี้เช่นกัน

สารบัญ

⦁ อะไรคือไวรัสตับอักเสบบี
⦁ ประเภทของไวรัสตับอักเสบบี
⦁ ไวรัสตับอักเสบบี อาจจะคิดว่าไกลตัว แต่ความจริงใกล้ตัวมากๆ
⦁ ไวรัสตับอีกเสบบีแบบเรื้อรัง เป็นแล้วเชื้อไม่หายนะจ๊ะ
⦁ รอดได้ ถ้ารู้จักดูแลตัวเองและตรวจสุขภาพประจำปี

อะไรคือไวรัสตับอักเสบบี

คือโรคไวรัสตับอักเสบ ที่มีอยู่หลายชนิด ทั้ง เอ บี ซี ดี อี แต่ไวรัสตับอักเสบบีถือเป็นประเภทที่หนักและอันตรายมากที่สุด เป็นโรคที่อาจจะฟังดูแล้วไม่ค่อยจะคุ้นหูเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับโรคอื่นๆ เช่น มะเร็งเต้านม โรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็งตับ ตับแข็ง แต่ถ้าเทียบในเฉพาะโรคไวรัสตับอักเสบบีแล้ว ในประเทศไทยถือเป็นโรคที่มีคนเป็นโรคนี้ค่อนข้างเยอะมาก ทั้งผู้ที่เป็นพาหะ หรือผู้ที่มีเชื้อไวรัสบีและอยู่ในกระแสเลือด โดยโรคนี้ถือว่าเป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรง แพร่กระจายได้จากคนรอบข้าง ซึ่งจะมาจากสาเหตุหลักๆดังนี้
⦁ การใช้แปรงสีฟัน มีดโกน ที่ตัดเล็บ เข็มฉีดยาร่วมกับคนอื่น
⦁ การสักโดยใช้เข็มร่วมกัน รวมถึงแฟชั่นการเจาะอวัยวะต่าง เช่น การเจาะหู เจาะลิ้น
⦁ การมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อโดยไม่สวมถุงยางอนามัย
⦁ การติดเชื้อขณะคลอดจากแม่ที่มีเชื้อ ซึ่งมีโอกาสมากถึง 90% เลยทีเดียว
⦁ การสัมผัสได้กับเลือด น้ำคัดหลั่ง ผ่านทางเข้าบาดแผล
ถ้าดูจากตรงนี้แล้วจะเห็นว่าส่วนใหญ่นั้นจะเกิดจากใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นทั้งสิ้น แสดงให้เห็นว่าโรคไวรัสตับอักเสบบีนี้อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด ทุกๆคนมีสิทธิ์ติดโรคนี้ได้เยอะ แล้วถ้ายิ่งเป็นคนที่ไม่ได้ใส่ใจกับสุขภาพ อะไรก็ได้ ง่ายๆ สบายๆ โอกาสที่จะติดโรคนี้ก็มีมากตามไปด้วยเช่นกัน

ประเภทของไวรัสตับอักเสบบี

ไวรัสตับอักเสบชนิดบีสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่
⦁ แบบเฉียบพลัน
ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีจะเริ่มมีอาการตั้งแต่ 1-4เดือน โดยจะมีอาการที่สามารถเห็นได้ชัดได้แก่ อาการเป็นไข้ ปวดท้องช่วงใต้ชายโครงด้านขวา ตัวเหลือง และอาจจะรวมไปถึงอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ร่างกายอ่อนเพลีย มีผื่นขึ้น ปวดข้อต่างๆ เบื่ออาหาร แต่มีโอกาสหายเป็นปกติสูงถึง 90-95% ถ้าเป็นแล้วรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบีหายโอกาสที่จะติดเชื้ออีกก็มีน้อยมาก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะหายได้หมด อาจจะมีบางคนที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อออกไปได้ จนต้องเข้าสู่ในระยะเรื้อรังในท้ายที่สุด

⦁ แบบเรื้อรัง
สามารถแบ่งได้เป็นกลุ่ม พาหะ กับ เรื้อรัง โดยช่วงระยะเรื้อรังนี้อาจจะไม่ได้แสดงอาการอย่างชัดเจน แต่สามารถแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นได้ รวมถึงระยะเรื้อรังยังพบได้เยอะสำหรับเด็กแรกเกิด จนถึงอายุ15 ซึ่งเป็นช่วงที่พบบ่อยมาก ความน่ากลัวในระยะนี้คือผู้ติดเชื้อจะไม่รู้ตัวเองว่าป่วยอยู่ ไม่แสดงอาการ และเมื่อไม่แสดงอาการก็สามารถใช้ชีวิตแบบปกติ ทำให้คนที่ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีในระยะเรื้อรังอาจจะไม่รู้ตัวเอง เมื่อปล่อยนานไปเซลล์ตับอาจจะถูกทำลายไปเรื่อยๆ จนมารู้ตัวอีกทีก็เข้าสู่ระยะตับแข็งจนไปสู่มะเร็งได้ในที่สุด

ไวรัสตับอักเสบบี อาจจะคิดว่าไกลตัว แต่ความจริงใกล้ตัวมากๆ

ไกลแค่ไหน ก็ยิ่งใกล้เข้าไปทุกที ก็ถือว่าไม่ผิดกับประโยคนี้ เพราะโรคไวรัสตับอักเสบบีนี้มักจะไม่แสดงอาการที่ชัดเจนมากนัก ทำให้คนที่อยู่ร่วมกับคนที่มีเชื้อในตัวอาจจะติดได้แบบไม่รู้ตัวเช่นกัน โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่อยู่บ้านเดียวกัน เช่น พี่น้อง พ่อ แม่ ญาติ มีการใช้ของร่วมกัน อย่าง มีดโกน ที่ตัดเล็ข ก็มีสินติดเชื้อได้ รวมถึงคู่รัก สามี ภรรยา หรือจะเป็นเพศทางเลือกทุกแบบ ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้มากเช่นกัน ถ้าคู่ของท่านเกิดไปเผลอนอกใจ ไปร่วมเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้มีการป้องกันตัวเองกับคนอื่นที่ไม่ใช่คู่ชีวิตและดันไปติดเชื้อโรคจากคนอื่นมา ก็มีโอกาสติดเชื้อแบบงงได้เช่นกัน แต่การติดเชื้อก็ไม่ได้ติดกันง่ายๆจากอาการเหล่านี้ เช่น ไอ จาม กอด จูบ(ถ้าไม่มีแผลที่ปาก) ช้อนส้อม การให้นมบุตร การใช้ห้องน้ำร่วมกัน ใช้สระว่ายน้ำร่วมกัน

ไวรัสตับอีกเสบบีแบบเรื้อรัง เป็นแล้วเชื้อไม่หายนะจ๊ะ

ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีที่อยู่ในระยะเฉียบพลันยังถือว่าโชคดีไม่น้อย เพราะอาการนี้รักษาให้หายได้เพียงแค่ดูแลตัวเองดีๆ นอนหลับพักผ่อนเยอะๆ ทานอาหารดีๆ หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเพิ่มขึ้นก็สามารถหายได้ แต่ในระยะเรื้อรังถือว่าน่าเป็นห่วงเพราะแม้ว่าจะสามารถรักษาในอาการตับอักเสบให้หายได้ แต่เชื้อไวรัสตับอักเสบบีก็ยังคงอยู่ไม่หายไปไหน และจะต้องมีการตรวจเช็คร่างกายอย่างสม่ำเสมอกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีการปรึกษาพร้อมกับมีแผนแนวทางในการรักษาอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดภาวะที่รุนแรงมากขึ้นไปถึงโรคตับแข็งและมะเร็งในท้ายที่สุด ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีในระยะเรื้อรังก็อย่าเพิ่งวิตกกังวลมากจนเกินไป เพราะการรักษาโรคนี้ในปัจจุบันถือว่ามีประสิทธิภาพที่สูงมากๆ สามารถรักษาให้ดีขึ้นพร้อมกับป้องกันตับให้มีสุขภาพดี แข็งแรงได้แบบคนปกติได้ เพียงแต่ต้องดูแลตัวเองมากๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น กินอาหารดีๆ ออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงกันใช้ยารักษามากเกินไป พร้อมกับใช้อาหารเสริมที่เน้นการบำรุงตับโดยเฉพาะ เท่านี้ก็จะทำให้ตับของเรากลับมามีสุขภาพดีได้แล้ว

รอดได้ ถ้ารู้จักดูแลตัวเองและตรวจสุขภาพประจำปี

หลายๆคนคงอาจจะมองว่าการตรวจสุขภาพประจำปีนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ เสียเงินโดยใช่เหตุ แต่ความจริงแล้วถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆจริงๆ เพราะการตรวจร่างกายคือสิ่งที่จะช่วยทำให้รู้จักระมัดระวังตัว รู้ถึงอาการของโรคต่างๆที่อาจจะเป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไวรัสตับอักเสบบีที่จะต้องมีการตรวจที่มีความเป็นเฉพาะทาง การตรวจแบบธรรมดาอาจจะไม่เจอ ถ้าตรวจเจอเร็วก็สามารถรังสาให้หายทันได้ แต่ในทางกลับกันถ้าไม่เคยตรวจสุขภาพแบบจริงจังเลยในชีวิตก็เท่ากับว่ามีความเสี่ยงสุดๆที่จะติดโรคนี้ได้ จะมารู้ตัวอีกก็อาจจะลามไปถึงตับแข็งจนถึงมะเร็งได้เลย ดังนั้นการตรวจร่างกายจึงถือว่าเป็นอะไรที่สำคัญและควรต้องเตรียมเงินไว้สำหรับการตรวจสุขภาพ ควรตรวจสุขภาพสัก1-2 ครั้งต่อปีแบบชุดใหญ่ อย่ามองว่านี่คือการเสียเงินแบบไร้ประโยชน์ เพราะถ้ากลัวว่าการตรวจสุขภาพประจำปีใช้เงินเยอะ บางทีการรักษามะเร็งอาจจะเสียมากกว่าอีกหลายเท่า รวมถึงอาจจะมีโรคอื่นแทรกซ้อนได้อีก
การดูแลตัวเองถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคไวรัสตับอักเสบบีหายได้ การใช้ชีวิตอย่างมีสติอย่างระมัดระวังตัวก็จะทำให้ทุกท่านรอดพ้นจากโรคร้ายนี้ได้อย่างง่ายๆ แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือการตรวจสุขภาพอย่างประจำสม่ำเสมอในทุกๆปี คือตัวชี้วัดว่าตัวท่านเองกำลังเป็นโรคนี้อยู่หรือไม่ เพราะไม่ว่าจะดูแลตัวเองมาอย่างดีมาตลอด แต่ถ้าไม่มีการตรวจเช็คสุขภาพเลยก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าท่านแข็งแรงจริงมั้ย ไม่มีโรคภัยเลยหรือไม่ เพราะความจริงแล้วท่านอาจจะมีโรคที่ซ้อนอยู่มากมายแต่แค่ยังไม่ได้แสดงอาการให้เห็น ถึงแม้บางท่านอาจจะเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีนี้อยู่ในระยะเรื้อรังก็อย่าเพิ่งหมดหวัง ยังสามารถรักษา แต่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองให้เป็นคนใหม่ คือการดูแลตัวเอง ทานอาหารดีๆ พร้อมกับอาหารเสริมที่บำรุงตับ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตแบบมักงง่าย ควบคู่กับการตรวจสุขภาพในทุกๆปี เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้อาการของโรคนี้หายได้


รู้หรือไม่ว่าไวรัสตับอักเสบบี มีการแพร่เชื้อในประเทศไทยเป็นจำมาก และเป็นต้นเหตุของโรคคับแข็งและมะเร็งตับไม่แพ้กับสาเหตุจากแอลกอฮอล์เลย และถ้าเป็นในระยะเรื้อรังด้วยแล้วเชื้อไวรัสในตัวยังคงอยู่ในร่างกายแม้ว่าอาจจะรักษาให้อาการตับอักเสบให้หายแล้วก็ตาม และถ้ายังไม่ดูแลตัวเองอีก ก็จะทำให้คนที่อยู่รอบข้าง ทั้งครอบครัว เพื่อนฝูง คนรักรอบๆตัว อาจจะต้องติดเชื้อไปพร้อมกับคุณด้วย ในบทความนี้จะมาช่วยชี้แนะแนวทางให้ทุกท่านตระหนักถึงความอันตรายของโรคไวรัสตับอักเสบบีนี้ ว่าต้องทำยังไงถึงจะหลีกหนีจากโรคนี้ได้และถ้าเกิดเป็นโรคนี้แล้วจะทำอย่างไรให้สามารถกลับมามีสุขภาพแข็งแรงได้อีกครั้ง

แหล่งอ้างอิง
https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/high-performance/hepatitis-b-threat-grows-for-millions-in-thailand
⦁.http://www.siphhospital.com/th/news/article/share/531
https://www.roche.co.th/th/disease-areas/hepatitis-b.html