เคล็ดลับการออกกำลังกายด้วยการวิ่งเพื่อลด ไขมันพอกตับ

มะเร็งถือว่าเป็นโรคที่คนไทยเสียชีวิตเป็นอันดับ1มาตลอดหลายปี ซึ่งหนึ่งในโรคมะเร็งก็รวมไปถึงมะเร็งตับอยู่ด้วยกัน มะเร็งตับก็จัดได้ว่าเป็นโรคที่มีคนเสียชีวิตติดท๊อปมาโดยตลอดเช่นกัน ไม่แพ้มะเร็งอื่นๆ เช่น มะเร็งเต้านม เชื่อว่าถ้าพูดถึงมะเร็งตับแล้ว หลายๆคนคงจะพอนึกออกว่าสาเหตุที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งตับเกิดจากการ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นประจำนั้น แต่ความเป็นจริงแล้วมะเร็งตับก็เกิดจาก ความอ้วน ได้เช่นกัน จากพฤติกรรมการรับประทานอาหารจำพวก ไขมัน น้ำตาลสูง เป็นประจำ จนเกิดการสะสมไขมันไปเกาะที่ตับ ซึ่งจะเรียกกันว่า ภาวะไขมันพอกตับ นั้นเอง แล้วถ้ายังไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารอีก ก็จะเกิดโรคตับอักเสบตามมา จนกระท้งลามไปถึงโรคมะเร็งในที่สุด และเมื่อถึงมะเร็งแล้วโอกาสการรักษาให้หายขาดได้ก็มีโอกาสที่น้อยมากที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

สารบัญ

⦁ พฤติกรรมการดื่มและการกิน คือจุดเริ่มต้นแห่งความหายนะสู่มะเร็งตับอย่างแท้จริง
⦁ การวิ่ง ดีต่อตับอย่างไร
⦁ วิ่งอย่างไร ให้ไขมันที่เกาะตับหลุดออกไป
⦁ วิ่งตอนเช้า หรือตอนเย็น ที่จะช่วยลดไขมันในตับได้ดีที่สุด
⦁ ความสม่ำเสมอของการวิ่ง ตัวแปรสำคัญไปสู่ผลลัพธิ์ที่ดีตามเป้าหมาย

พฤติกรรมการดื่มและการกิน คือจุดเริ่มต้นแห่งความหายนะสู่มะเร็งตับอย่างแท้จริง

การเกิดมะเร็งตับนั้นมีสาเหตุมากมาย แต่สิ่งที่ถือว่าเป็นตัวการที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งโดยตรงนั้นก็คือ การดื่มสุรา แอลกอฮอล์ ซึ่งนี่คืออันดับหนึ่งของสาเหตุการเกิดมะเร็งตับที่แท้จริง ซึ่งเรามักจะได้ยินกันบ่อยๆก็คือ ตับแข็ง ต่อมาอันดับที่สองที่ตามมาติดๆก็คือการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ของหวาน หรือ จำพวกคาร์โบเดรตก็มีส่วนเช่นกันที่จะทำให้เกิดภาวะ ไขมันพอกตับ นั้นเอง ฉะนั้นแล้วต้นต่อสาเหตุหลักก็เกิดจาก พฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วยความเสี่ยงนั้นเอง เกิดจากตัวเองล้วนๆมากกว่าสาเหตุอื่นๆ ซึ่งไม่ว่าพ่อแม่พี่น้อง ญาติ ของท่านจะเคยเป็นมะเร็งตับหรือมะเร็งชนิดอื่นมาก่อนหรือไม่ แต่ถ้ายังใช้ชีวิตด้วยพฤติกรรมการดื่มและรับประทานอาหารแบบเสี่ยงๆ ก็เท่ากับว่าเป็นการนับถอยหลังสู่การเป็นไขมันพอกตับและกลายเป็นมะเร็งตับอย่างเป็นทางการแล้วไปในตัว

การวิ่ง ดีต่อตับอย่างไร

แค่ได้ยินชื่อว่าการออกกำลังกาย หลายๆคนก็คงจะรู้อยู่แล้วว่าถ้าทำอย่างประจำอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนจะดีอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับว่าเราออกกำลังประเภทไหน แต่ถ้าจะบอกว่าออกกำลังกายอย่างไรให้ดีต่อตับหลายๆคนคงจะสงสัยอยู่ไม่น้อย ซึ่งความจริงแล้วการออกกำลังด้วยการวิ่งถือว่ามีผลดีต่อตับมาก เพราะการวิ่งจะมีส่วนช่วยในการลดไขมันพอกตับได้เป็นอย่างดี โดยไขมันพอกตับเกิดจากภาวะที่มีไขมันมาเกาะที่ตับนั้นเอง ซึ่งไขมันจะมาเกาะมากหรือน้อยก็สามารถสังเกตุได้ง่ายๆจากพุงที่ยื่นออกมา หรือมีน้ำหนักเยอะกว่าปกติ (เรียกสั้นๆว่าอ้วน) นั้นหมายความว่าไขมันพอกตับถือเป็นภาวะที่คนส่วนใหญ่เป็นกันหมด แต่แค่ไม่รู้ว่าไขมันพอกตับคืออะไร แถบตับยังอยู่อวัยวะภายในจริงไม่มีใครเห็นถึงอาการของตับว่าตับของตัวเอง ณ ปัจจุบันมีความเสี่ยงต่อโรคอย่างไรบ้าง ทำให้เราไม่ค่อยที่จะสนใจตัวเองเท่าไหร่ ซึ่งการวิ่งนี่แหละที่จะช่วยทำให้ไขมันที่มาเกาะที่ตับของท่านหลุดออกได้อย่างง่ายๆ แถมเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายมากๆ แค่มีรองเท้าผ้าใบสักคู่ กับสวนสาธารณะสักแห่ง ปล่อยตัวสบายๆ ก็สามารถวิ่งแบบชิลๆอย่างสบายใจได้แล้ว

วิ่งอย่างไร ให้ไขมันที่เกาะตับหลุดออกไป

แน่นอนว่าก่อนที่เราจะเริ่มวิ่ง ก็ควรที่จะต้องมีการวางแผนก่อน ว่าการวิ่งของเรานั้นมีจุดประสงค์อะไร วิ่งไปเพื่ออะไร มีเป้าหมายอะไรในการวิ่ง การวางแผนที่ดีจะช่วยทำให้การวิ่งของท่านได้รับผลลัพธ์ได้เร็ว ได้ผลตรงจุด และถ้าถามว่าถ้าจะเริ่มวิ่งอย่างไรที่จะช่วยลดไขมันพอกตับได้ ทางเราได้ทำการรวบรวมเป้าหมายการวิ่งแบบคนทั่วไปไว้เป็น 2 แบบ คือ
⦁ วิ่งเพื่อสุขภาพ
การวิ่งแบบนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากจะวิ่ง และเป็นการวิ่งที่เหมาะกับคน อ้วน ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อการลดไขมันทุกส่วนของร่างกายโดยเฉพาะไขมันบริเวณหน้าท้อง เมื่อไขมันที่หน้าท้องลดลงก็จะมีผลโดยตรงต่อ ตับ มากที่สุดเช่นกัน เพราะการวิ่งแบบนี้ร่างกายจะดึงพลังงานจากไขมันมาใช้ได้มากที่สุดแถมยังไม่ต้องออกแรงวิ่งมาด้วย เหมาะมากๆสำหรับมือใหม่ที่ต้องการวิ่งทุกคน ส่วนวิธีการวิ่งสำหรับแบบที่1นี้ คือการดูที่ความเร็วเป็นหลัก คือ ไม่ต้องวิ่งเร็วมาก เอาแค่วิ่งเบาๆ หรือ จ๊อกกิ้ง ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ไขมันของท่านลดลง แต่ระยะเวลาในการวิ่งก็ควรจะอยู่ที่ 45-60 นาที อาจจะมีการเดินบ้าง สลับวิ่งบ้างก็ได้ และความถี่ต่อการมาวิ่งก็ควรอยู่ที่ 3-4 วันต่อสัปดาห์ ถือว่าเป็นการวิ่งทำให้ไขมันในตับของท่านลดลงเร็วมากที่สุด แถมยังช่วยให้หุ่นดีขึ้นอีกด้วย
⦁ วิ่งเพื่อความแข็งแรงของปอด เพื่อสร้างความฟิต
การวิ่งแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเป้าหมายที่สูงกว่าการวิ่งเพื่อสุขภาพ เช่น วิ่งเพื่อเพิ่มความฟิต วิ่งเพื่อทำเวลาไปแข่งวิ่งในรายการต่างๆ หรือวิ่งเพื่อรักษาความฟิตสำหรับนักกีฬา ซึ่งจะเน้นที่ความเร็วในการวิ่งเป็นหลัก ถือว่าเป็นการวิ่งที่ดีเช่นกัน แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเน้นลดไขมัน เพราะการวิ่งประเภทนี้จะเน้นความเร็ว ร่างกายจะไม่ได้นำไขมันออกมาใช้เป็นพลังหลัก จึงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ แถมอาจจะเกิดการบาดเจ็บได้ง่ายด้วย

วิ่งตอนเช้า หรือตอนเย็น ที่จะช่วยลดไขมันพอกตับได้ดีที่สุด


ถือเป็นคำถามยอดฮิตสำหรับนักวิ่งทุกท่าน ว่าควรวิ่งในช่วงเวลาไหนดี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะวิ่งเพื่ออะไร ทางเราจะสรุปมาเป็นข้อให้ให้พิจารณากัน ได้แก่

⦁ วิ่งช่วงเช้า (ก่อนรับประทานอาหารเช้า)
ถือว่าเป็นการวิ่งที่เหมาะสำหรับคนที่ลดไขมันมากที่สุด โดยเฉพาะคนอ้วนมากๆ หรือคนที่มีภาวะไขมันพอกตับปริมาณที่สูง ควรจำเป็นที่จะต้องหันมาวิ่งตอนเช้ามากที่สุด เพราะจากผลงานวิจัยต่างๆเคยมีระบุไว้ว่าการวิ่งในช่วงเช้าจะมีโอกาสลดไขมันเพิ่มขึ้นถึง 20% เลยทีเดียว เพราะตอนกลางคืนในขณะที่เราหลับ น้ำตาลในเลือดจะลดต่ำลง ร่างกายจะเก็บไกลโคเจนที่เหลือเพียงเล็กน้อย ทำให้ร่างกายนำไขมันมาใช้ได้มากขึ้น ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการวิ่งในตอนเช้า ควรจะเน้นการวิ่งแบบเบาๆ ไม่หนักเพื่อทำให้การลดไขมันได้ดีมากขึ้นไปด้วย แถมจะช่วยทำให้ร่างกายไม่เพลียจนเกิดไป ถ้าหักโหมมากอาจจะเกิดอาการหน้ามืดหมดแรงจนเป็นลมได้

⦁ วิ่งช่วงเย็น (มีอาหารเช้ามาในร่างกายแล้ว)
จะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเน้นความฟิตมากกว่า เพราะมีการรับประทานอาหารเข้าไปแล้ว ก็จะมีแรงมากขึ้น สามรถวิ่งได้เร็วขึ้น ออกแรงได้นานขึ้น ฝึกได้หนักขึ้น ซึ่งก็จะเหมาะมากๆ สำหรับคนที่เน้นการวิ่งเพื่อการฝึกในรูปแบบต่างๆ เช่น การเพิ่มความฟิต เพิ่มความเร็ว เพิ่มความอดทนของร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการวิ่งช่วงเย็นร่างกายจะไม่ดึงไขมันมาใช้ แต่อาจจะไม่ดีเท่ากับการวิ่งตอนเช้า

ทั้งนี้ การวิ่งนั้นก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ท่านสะดวกจะดีที่สุด เน้นว่าความสบายใจในการวิ่งต้องมาก่อน ในบางคนอาจจะมองว่าการวิ่งในตอนเช้าจะไม่สะดวกเลย กลัวตื่นมาวิ่งไม่ทันบ้าง ไปทำงานสาย ก็อาจจะมาวิ่งในช่วงเย็นก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าหากมองว่าสะดวกและพร้อมที่อยากจะเน้นผลลัพธ์การลดไขมันที่รวดเร็ว จะวิ่งช่วงเช้าก็สามารถทำได้เช่นกัน

ความสม่ำเสมอของการวิ่ง ตัวแปรสำคัญไปสู่ผลลัพธิ์ที่ดีตามเป้าหมาย

แน่นอนว่าการวิ่งที่ดีก็ควรที่จะมีแผนการวิ่งอย่างชัดเจน โดยมีการแบ่งเป็นเดือนและแบ่งย่อยเป็นรายสัปดาห์ระบุวันให้ชัดเจน จัดตารางเวลาให้ชัดเจอและทำให้ได้ตามที่วางแผนไว้ เพราะถ้าเรามีการวางแผนไว้จะสามารถมาเช็คได้ ว่าทำไมผลลัพธ์จริงออกมาเป็นแบบนี้ ซึ่งก็สามารถที่จะปรับแก้ไขได้ด้วย โดยการจัดตารางการวิ่งที่ดีก็ควรไม่ต่ำกว่า 3วันต่อสัปดาห์ และที่สำคัญเมื่อวางแผนแล้วต้องทำตามให้ได้ อย่ามีข้ออ้าง พยายามบอกตัวเองและให้กำลังใจตัวเองบ่อยๆ พยายามดูตัวอย่างคนที่ออกกำลังกายสำเร็จแล้ว ทำได้จริง ก็จะช่วยเพิ่มกำลังใจในการวิ่งได้เช่นกัน

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะมีวิธีการวิ่งที่ดีแค่ไหน แต่ถ้ายังไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเลย ยังใช้ชิวๆแบบเดิมๆอย่างพังๆ ผลลัพธ์ในการวิ่งก็จะไม่ได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน และที่สำคัญที่สำการปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารด้วย ทานอาหารดีๆมีประโยชน์ มีการควบคุมอาหารด้วย ก็จะช่วยทำให้เป้าหมายในการวิ่งได้ผลที่ดีมากขึ้น เร็วขึ้นด้วย นอกจากจะรับประทานอาหารหลักแล้ว อาหารเสริมก็มีส่วนช่วยสำคัญที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์เร็วขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน ถ้านึกถึงอาหารเสริมที่มีคุณภาพแล้ว ให้นึกถึง หาญไทยฟาร์มา มีผลิตภัณฑ์มากมายที่จะเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ท่านได้ผลลัพธ์ได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน

รู้หรือไม่ว่าการวิ่งนั้น จะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยลดน้ำหนัก ลดไขมันได้ และที่สำคัญยังช่วยลดไขมันที่ไปเกาะอยู่ในอวัยวะภายในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันพอกตับ ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ถึงความอันตรายที่แฝงมาในรูปแบบไขมันที่มาเกาะอยู่ที่ตับ เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ ซึ่งการวิ่งอย่างมีหลักการที่ดี จะช่วยทำให้ท่านลดไขมันที่เกาะอยู่ที่ตับได้อย่างง่ายๆ และรวดเร็วขึ้น ส่วนจะมีหลักการอย่างไร ในบทความนี้มีคำแนะนำดีๆที่จะช่วยทำให้ท่านวิ่งได้อย่างสบายใจและสบาย “ตับ” ได้มากขึ้น

แหล่งอ้างอิง
https://fitjunctions.com
https://goodlifeupdate.com/lifestyle/111956.html