กลั้นปัสสาวะอย่างถูกวิธี ช่วยแก้ปัญหา “ปัสสาวะเล็ด” ได้


มาพูดคุยกันถึงเรื่องปัสสาวะ ที่เรียกได้ว่ามีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของผู้อ่านอยู่พอสมควร เราจะมาเจาะลึกไปถึงเรื่องของปัสสาวะที่ผู้อ่านทุกท่าน อาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน เกี่ยวกับ “ การกลั้นปัสสาวะ ” ที่หลายท่านมักจะปฎิบัติบ่อยครั้งเมื่อจำเป็น เช่น เดินทางไปเที่ยวหาห้องน้ำไม่ได้ กำลังประชุมอยู่ไม่สามารถลุกไปเข้าห้องน้ำได้ หรือดูหนังอยู่ในโรงที่ไม่อยากออกไปห้องน้ำ เป็นต้น จึงเกิดความสงสัย และหาข้อมูลที่ได้รับมาจากสื่อหลายแหล่ง กลั้นปัสสาวะอันตรายมากไหม ? มีวิธีกลั้นแบบถูกวิธีไหม ? หลากหลายคำถามที่ถกเถียงกันและอยากได้รับคำตอบ เราจะมาหาคำตอบกันเลยในบทความนี้ เกี่ยวกับการกลั้นปัสสาวะเพื่อการเข้าใจที่ถูกต้อง

สารบัญ

⦁ กลั้นปัสสาวะ เป็นอันตรายหรือไม่ ?
⦁ ทำไม ผู้ป่วยบางปรเะเภทจึงจำเป็นต้องกลั้นปัสสาวะ
⦁ ขั้นตอนกลั้นปัสสาวะอย่างถูกต้อง
⦁ เกิดปัญหา ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ด้วยผลไม้ Cranberry ส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

กลั้นปัสสาวะ เป็นอันตรายหรือไม่ ?

ถึงเวลาที่จะมาไขความสงสัยของท่านผู้อ่านหลายท่าน ถึงคำถามที่ว่า กลั้นปัสสาวะอันตรายไหม ? คำตอบ คือ อันตรายและไม่อันตราย อาจจะรู้สึกงงกับคำตอบ แต่นี่คือคำตอบเป็นความจริง กล่าวให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การกลั้นปัสสาวะจะอันตรายหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติ หากผู้ที่ตั้งใจกลั้นปัสสาวะโดยไม่มีข้อมูลการปฎิบัติที่ถูกต้อง กลั้นเป็นเวลานาน เจอห้องน้ำเมื่อไหร่ค่อยเข้า ไม่มีหลักการ พฤติกรรมเหล่านี้จะนำมาซึ่งอันตรายต่อกระเพาะปัสสาวะโดยตรง แต่ก็ยังมีวิธีกลั้นปัสสาวะที่มีความปลอดภัย ไม่สุ่มเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดกับร่างกาย นั้นคือ การกลั้นปัสสาวะที่ถูกวิธี มีหลักการปฎิบัติ มีระยะเวลาที่กำหนดสำหรับการเข้าห้องน้ำ ไม่ฝืนร่างกายจนเกินพอดี ดังนั้น คำถามที่ว่า กลั้นปัสสาวะอันตรายไหม ? ก็ได้คำตอบแล้วว่า ขึ้นอยู่กับวิธีปฎิบัติของแต่ละบุคคล ก็หวังว่าหัวข้อแรกจะทำให้ผู้อ่านหลายท่านคลายความสงสัยกันไปบ้างแล้ว เดี๋ยวเราไปดูกันต่อเลยว่า การกลั้นปัสสาวะเหมาะกับทุกคนหรือไม่ ?

ทำไม ผู้ป่วยบางปรเะเภทจึงจำเป็นต้องกลั้นปัสสาวะ

มาถึงตรงนี้ผู้อ่านอาจจะคิดว่า การกลั้นปัสสาวะ ไม่อันตรายหากปฎิบัติด้วยวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งในความเป็นจริง ก็ถูกต้อง แต่ ! หากไม่จำเป็น คนปกติทั่วไปก็ไม่ควรที่จะฝึกกลั้นปัสสาวะ หากรู้ตัวเองว่าจะต้องทำกิจกรรมใดก็ตามที่ใช้เวลานานก็ควรเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะ แล้วปัสสาวะเหมาะสมกับบุคคลประเภทใด ? วิธีการปฎิบัติเพื่อกลั้นปัสสาวะนั้นจะเหมาะสมที่สุดก็คือ ผู้ป่วยที่กำลังประสบภาวะปัสสาวะเล็ด เพราะอาการของภาวะปัสสาวะเล็ด มักจะเข้าห้องน้ำบ่อย ไอ จาม ก็สามารถทำให้ปัสสาวะออกมาได้ กลั้นปัสสาวะไม่ได้เลย ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ที่กำลังประสบภาวะดังกล่าว ดังนั้น วิธีการกลั้นปัสสาวะที่ถูกต้องจึงจำเป็นต่อบุคคลเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรจะศึกษาวิธีการปฎิบัติที่ถูกต้องเสียก่อน หาข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพราะหากผู้ที่ประสบกับภาวะปัสสาวะเล็ด แล้วฝึกกลั้นปัสสาวะที่ผิดวิธี อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อกระเพาะปัสสาวะมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้ ดังนั้น ก็สรุปได้ว่า วิธีการกลั้นปัสสาวะนั้น เหมาะสมกับบุคคลที่กำลังประสบอยู่กับภาวะปัสสาวะเล็ด และอาจจะไม่เหมาะกับบุคคลทั่วไป

ขั้นตอนกลั้นปัสสาวะอย่างถูกต้อง

เมื่อรู้แล้วว่าการกลั้นปัสสาวะนั้นเหมาะสมกับบุคคลที่กำลังประสบปัญหาปัสสาวะเล็ดหรือเรียกว่าภาวะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไป ดังนั้น บทความนี้จะนำวิธีการกลั้นปัสสาวะที่ถูกต้องมาเสนอเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าวอยู่ การกลั้นปัสสาวะเบื้องต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อลดอัตราการปล่อยปัสสาวะที่ถี่จนเกินไป โดยให้ผู้ที่ประสบภาวะปัสสาวะเล็ด พยายามฝึกฝนการเกร็งกล้ามเนื้อเชิงกรานเมื่อเกิดอาการปวดปัสสาวะ โดยเริ่มแรกอาจจะไม่ต้องฝืนร่างกายจนเกินไป ค่อย ๆ พยายามยืดเวลาการเข้าห้องน้ำปัสสาวะออกไปทีละน้อย แต่ เป็นระบบ โดยอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ฝึกการกลั้นปัสสาวะนั้น เป็นอุปกรณ์ที่หาได้ง่ายทั่วไป ประกอบไปด้วย สมุดตารางบันทึกปัสสาวะ นาฬิกา และปากกาสักหนึ่งแท่ง โดยกำหนดช่วงเวลาฝึกปฎิบัติอยู่ที่ประมาณ 6 สัปดาห์
เริ่มจากสัปดาห์แรก ให้ฝึกใช้สมุดตารางควบคู่ไปด้วยกับการปัสสาวะ พยายามฝึกปัสสาวะ 1 ครั้งต่อ 1 ชั่วโมง หากมีอาการปวดปัสสาวะโดยยังไม่ถึงเวลา 1 ชั่วโมง ให้พยายามกลั้นให้ได้ครบหนึ่งชั่วโมง หากอดทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ยังไม่ควรฝืนจนเกินไป โดยแต่ละครั้งที่ทำการปัสสาวะให้ขีดเครื่องหมาย ลงบนสมุดตารางบันทึกการปัสสาวะ ว่าในระยะเวลา 1 ชั่วโมงนั้น ทำการปัสสาวะไปกี่ครั้ง โดยทำเช่นนี้ตลอดสัปดาห์ เพื่อวัดผลและความถี่เบื้องต้นในการปัสสาวะ หากท่านสามารถฝึกกลั้นปัสสาวะได้ 1 ครั้งต่อ 1 ชั่วโมง นั่นหมายความว่า ท่านได้พร้อมสำหรับการฝึกในขั้นต่อไปได้แล้ว
โดยในสัปดาห์ที่สอง ให้ท่านนับครั้งที่ปัสสาวะ ด้วยสมุดตารางบันทึกการปัสสาวะเช่นเคย โดยในสัปดาห์ที่ 2 นี้จะฝึกขยายระยะเวลาปัสสาวะจาก 1 ชั่วโมง เป็น 1 ชั่วโมงครึ่ง ต่อรอบปัสสาวะ 1 ครั้ง ต่อมาในสัปดาห์ที่ 3 ก็จะค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาในการปัสสาวะขึ้น เป็น 1 ชั่วโมง 45 นาที สัปดาห์ที่ 4 เพิ่มเป็น 2 ชั่วโมง สัปดาห์ที่ 5 เพิ่มเป็น 2 ชั่วโมงครึ่ง สัปดาห์ที่ 6 เพิ่มเป็น 3 ชั่วโมง ตามลำดับ ซึ่งหากผู้ที่ฝึกฝนการกลั้นปัสสาวะได้ตามตารางที่กำหนดในแต่ละสัปดาห์ก็จะช่วยลดปัญหาการปัสสาวะเล็ดได้ และจะสร้างความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตได้มากขึ้นอีกด้วย

เกิดปัญหา ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ด้วยผลไม้ Cranberry ส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ผู้อ่านอาจจะพอได้ทราบความอันตรายจากภาวะปัสสาวะเล็ดหรือกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไป ว่าส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมากขนาดไหน ดังนั้น เราจะมานำเสนอวิธีแก้ด้วยการทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของผลไม้ Cranberry เพราะสรรพคุณของผลไม้ชนิดนี้ที่จะช่วยลดแบคทีเรียที่ไปเกาะกระเพาะปัสสาวะจนเป็นเหตุให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะเหม็น และช่วยทำให้การขับถ่ายปัสสาวะเป็นไปได้อย่างปกติ เมื่อผลไม้มาอยู่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็จะช่วยให้ผู้บริโภครับประทานได้ง่ายอีกด้วย ดังนั้น อย่ารอให้ต้องประสบกับภาวะปัสสาวะเล็ด หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่ควรหาทางป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ตอบโจทย์ผู้บริโภคไม่น้อยเลยทีเดียว

กลั้นฉี่ดีหรือแย่ ? รอบรู้เรื่องปัสสาวะ กับคำถามคาใจ กลั้นปัสสาวะอันตรายหรือไม่ คนประเภทใดที่ควรกลั้นปัสสาวะด้วยวิธีที่ถูกต้อง ? ทุกปัญหาที่ต้องแก้ไข ทุกคำถามที่ต้องการคำตอบ ในบทความนี้ พร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่ชอบกลั้นปัสสาวะ ควรอ่าน

Login