วิธีต่อสู้กับฝุ่นPM2.5 อย่างไรที่ปลอดภัยและง่ายที่สุด

ถ้าหากเป็นคนไทยคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักมหันตภัยฝุ่นอย่าง PM.2.5 ที่กำลังอยู่ในความสนใจ โดยเฉพาะมนุษย์ในเมืองหลวง ที่แทบจะไม่เห็นยอดตึกกันเลยทีเดียว เพราะเจ้าฝุ่นเหล่านี้ได้ยึดพื้นที่ครอบคลุมไว้หมดจนเสียดูน่ากลัว ซึ่งหากบางคนที่กำลังวางใจ ไม่สนใจที่จะหาวิธีมาป้องกันตนเอง ก็อาจจะได้รับผลกระทบระยะยาวได้ จึงมาถึงคำถามที่ว่า เราจะมีวิธีป้องกันฝุ่น PM 2.5 กันอย่างไร ที่จะได้ผลดีและไม่ยุ่งยาก รวมถึงในบทความนี้จะพามาบอกเคล็ดลับพร้อมทำความรู้จักผลไม้ชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันเจ้าฝุ่นนี้ได้ ถ้าอยากรู้แล้ว เรามาเริ่มกันเลย

สารบัญ

⦁ อย่าวางใจ อันตรายของ PM2.5
⦁ วิธีเลือกหน้ากากที่ปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องราคาแพง
⦁ ใช้ชีวิตอย่างไร หากจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับ PM2.5
⦁ แครนเบอร์รี่ (Cranberry) อาวุธลับสำหรับต่อสู้ PM2.5 ที่น้อยคนจะรู้

อย่าวางใจ อันตรายของ PM2.5

มาถึงสถานการณ์ตอนนี้ถ้าจะใช้คำว่า ปลอดภัย สำหรับคนกรุงเทพคงจะเป็นเรื่องที่ผิดแปลก เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน มุมใดของเมืองหลวง ก็แทบจะเต็มไปด้วยฝุ่นควันไปเสียหมด แต่ในความจริงแล้วนั่น ก็ต้องกล่าวตามตรงว่ายังมีบุคคลที่วางใจและไม่ตระหนักถึงผลกระทบจากฝุ่นPM 2.5 กันอยู่ ทีนี้เรามาดูกันว่า อันตรายของเจ้าฝุ่นดังกล่าวนี้ มันรุนแรงขนาดไหน
ก่อนที่จะไปพบกับความอันตรายของฝุ่น PM2.5 เรามาทำความรู้จักเจ้าฝุ่นดังกล่าวนี้กันคร่าว ๆ กันก่อน โดยคำว่า PM2.5 ที่เรียกกันจนคุ้นชินนั้นมาจากคำว่า Particulate Matters เป็นคำที่ใช้เรียกค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เข้าขั้นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ มีหน่วยวัดเป็น Micron แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ PM10 และ PM2.5 ซึ่งเจ้าตัว PM 2.5 นั้น มีขนาดอนุภาคที่เล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ยน้อยกว่า 2.5 Micron จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่า เพราะเหตุใดฝุ่นดังกล่าวถึงสามารถแทรกตัวเข้าไปทำลายอวัยวะในร่างกายของเราได้ง่ายกว่าฝุ่นชนิดอื่น
เรามาดูอันตรายแรกของ PM2.5 จากการสูดฝุ่นเข้าไป จะได้รับผลกระทบโดยตรง คืออาการไอ หากใจแล้วเกิดเสียง หากร้ายแรงกว่านั้นอาจจะส่งผลกระทบจนเกิดเลือดกำเดาไหลบริเวณโพรงจมูกได้ หากฝุ่นเจ้าปัญหานี้ไปสัมผัสกับอวัยวะส่วนอื่น ก็จะได้รับผลกระทบตามมา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของดวงตา ซึ่งหากสัมผัสกับฝุ่นเข้าก็อาจจะทำให้เกิดอาการเคืองดวงตา ตาแดง หากผู้ใดที่เป็นคนแพ้ง่าย เพียงแค่ฝุ่นไปโดนบริเวณผิวหนัง ก็จะทำให้เกิดผื่นขึ้นเป็นรอยแดง และคันได้
ที่กล่าวข้างต้นมานั้นคือผลกระทบโดยตรงที่จะเกิดขึ้นหากร่างกายไปสัมผัสกับฝุ่น PM2.5 แต่เจ้าฝุ่นดังกล่าวนี้ยังส่งผลกระทบให้กับมนุษย์ในทางอ้อม คำว่าทางอ้อมนี่แหละ คือปัญหาอันหนักหน่วงที่กำลังจะตามมา เริ่มด้วย ปัญหาทางด้านระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ยิ่งไปกว่านั้นหากสูดดมเข้าไปมาก ๆ อาจถึงขั้นเป็นโรคมะเร็งมะเร็งปอดได้ นอกเหนือจากโรคที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจแล้ว ฝุ่นดังกล่าวอาจจะส่งผลต่อผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ซึ่งอาการอาจจะกำเริบขึ้นมาได้ เนื่องจากหัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
มาถึงตรงนี้เชื่อว่า หลายท่านก็คงจะเห็นถึงความอันตรายของเจ้าฝุ่น PM2.5 กันแล้วทั้งในทางตรงและทางอ้อม หวังว่าข้อมูลจากบทความดังกล่าวนี้จะช่วยกระตุ้นความสนใจ ความเอาใจใส่ต่อความปลอดภัยของร่างกายผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย

วิธีเลือกหน้ากากที่ปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องราคาแพง

เมื่อตระหนักแล้ว ก็ต้องหาวิธีป้องกัน ซึ่งวิธีง่าย ๆ ที่สุดและสะดวกกับการใช้ชีวิตแบบคนเมืองที่สุดก็คือ การหาหน้ากากอนามัยดี ๆ เพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 เกิดคำถามว่า ยิ่งหน้ากากอนามัยที่มีราคาแพงจะช่วยให้ประสิทธิภาพการป้องกันดีขึ้นตามราคาหรือไม่ ? คำตอบคือ ไม่จำเป็น ผู้อ่านสามารถหาหน้ากากอนามัยที่ดี ปลอดภัย และราคาถูกได้ผู้อ่านบางท่านอาจจะเคยได้ยินหน้ากากอนามัยที่ชื่อว่า N95 ซึ่งถูกพูดถึงกันเป็นอย่างมากต่อการช่วยป้องกันฝุ่น PM2.5 แต่ด้วยว่าราคาค่อนข้างที่จะสูง แล้วถามว่าจำเป็นไหมที่ต้องซื้อขนาด N95 คำตอบคือ หากมีงบประมาณก็ควรซื้อ แต่หากรู้ว่าเราต้องใช้หน้ากากทุกวันเพื่อป้องกันฝุ่น แล้วจะต้องซื้อ หน้ากาก N95 อยู่บ่อยครั้งก็คงไม่ไหว ดังนั้น เคล็ดลับในการเลือกหน้ากากป้องกันฝุ่น ก็คือ สามารถเลือกหน้ากากทั่วไปตามร้านสะดวกซือได้เลย ซึ่งหน้ากากเหล่านี้จะมีมาตรฐานที่สามารถป้องกันฝุ่นได้อยู่แล้ว แต่ถ้าผู้อ่านท่านใดรู้สึกกังวลใจและไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัย ก็สามารถใช้วิธีนำกระดาษทิชชู่สะอาด มาซับรองด้านในของหน้ากากได้ ประสิทธิภาพการป้องกันก็จะเทียบเท่าหน้ากากแบบ N95 นั่นเอง สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่ผู้อ่านจะเลือกว่าจะใช้หน้ากากประเภทใด ขอเพียงอย่างน้อยได้ตระหนักและหาหน้ากากมาใส่ก็สามารถช่วยให้ร่างกายของท่านปลอดภัยได้ในระดับหนึ่งแล้ว

ใช้ชีวิตอย่างไร หากจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับ PM2.5

เกิดคำถามขึ้นสำหรับคนชาวกรุงที่กำลังประสบปัญหาฝุ่น จะเดินทางไปที่ใด แทบจะไม่เห็นหน้าใคร เพราะต่างคนก็ปิดหน้าตา ด้วยหน้ากากอนามัยกันฝุ่น แล้วเราจะใช้ชีวิตอย่างไรกับภาวะเช่นนี้ เป็นคำถามที่น่าสนใจเลยทีเดียว ซึ่งก็ต้องย้อนมาที่ต้นเหตุของการเกิดฝุ่น PM2.5 ทั้งปัญหาการเผาขยะ ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากควันรถยนต์ ซึ่งหากวิธีแก้ง่าย ๆ ระดับบุคคลอย่างเราก็คงจะหาวิธีลดต้นเหตุเหล่านี้ เช่น การใช้รถสาธารณะมากขึ้น ปลูกต้นไม้เล็กไว้บริเวณบ้านเพื่อเพิ่มออกซิเจน หรือจะเป็นการรณรงค์หาวิธีช่วยลดปัญหาควันที่เกิดขึ้น เป็นต้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การแก้ที่ดีที่สุดคือการแก้ที่ต้นเหตุ ดังนั้น ไม่มีวิธีที่ดีสำหรับการอยู่ร่วมกันฝุ่น PM2.5 วิธีที่ดีที่สุดคือการกำจัดปัญหาฝุ่นเหล่านี้ออกไป อย่างน้อยขอแค่ลงมือทำ เราไม่จำเป็นต้องรอใคร หรือหน่วยใด ผู้อ่านทุกท่านสามารถเริ่มได้ด้วยตนเอง เพื่อความปลอดภัยของตัวเองคงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

แครนเบอร์รี่ (Cranberry) อาวุธลับสำหรับต่อสู้ PM2.5 ที่น้อยคนจะรู้

มาถึงตรงนี้เชื่อว่า ผู้อ่านหลายท่านก็คงมีหน้ากากอนามัยมาป้องกันเจ้าฝุ่นร้ายที่แล้ว แต่อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้นแล้วว่า มีไอเท็มลับอยู่ตัวหนึ่ง ที่จะสามารถช่วยรักษาคุณจากผลกระทบของ PM2.5 ได้ นั่นก็คือ ผลไม้แครนเบอร์รี่ พูดชื่อมาอ่านจะสงสัยว่าผลไม้ชนิดนี้สามารถช่วยเหลือได้อย่างไร เพราะเจ้าผลไม้ชนิดนี้มาสารที่ชื่อว่า Proanthocyanidins ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งปอด ดังนั้น หากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากหนักจากฝุ่น PM2.5 จะเข้าไปทำลายปอด ก็ควรลองหาผลไม้ชนิดนี้มาทานเพื่อยับยั้งก่อนที่จะต้องประสบกับโรคมะเร็งปอด นอกจากนรี้ผลไม้ Cranberry ยังมีส่วนผสมของวิตามินถึง 14 ชนิด ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคนั้น มีภูมิต้านทานที่แข็งแรง ช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดจาก PM2.5 ได้ โดยผลไม้ Cranberry ก็สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือในรูปแบบของน้ำผลไม้ปั่น ก็หาบริโภคได้ไม่ยาก


เรื่องฝุ่นต้องรู้ ! ปัญหา PM2.5 ที่กำลังคุกคาม กับบทความที่จะพาผู้อ่านทุกท่านมาเตรียมพร้อมรับมือกับภัยจากฝุ่นร้ายนี้ หน้ากากแบบไหนที่ป้องกันได้ดี ? จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับฝุ่นอย่างไร ? พร้อมเปิดเผยไอเท็มลับที่ชะช่วยป้องกันมะเร็งปอดจากฝุ่นได้ ถ้าอยากรู้ หาคำตอบได้ในบทความนี้

Login