5 ข้อเสี่ยง ออฟฟิศซินโดรม อันตรายไม่ใช่เรื่องเล่น

การทำงานที่แทบไม่ได้ขยับร่างกายตลอดทั้งวัน อาจทำให้เราเกิดอาการปวดเมื่อยจากการทำงานโดยการละเลยเหล่านี้ทำให้เกิดสัญญาณของอาการออฟฟิศซินโดรมอย่างร้ายแรงโดยเราสามารถที่จะตรวจเช็คร่างกายและป้องกันโรคนี้ได้ หากเรารู้ทันมันก่อน

สารบัญ

⦁ 5 พฤติกรรมสุดแย่ของพนักงงานออฟฟิศ
⦁ 5 อาการสัญญาณบอกโรคบ้างาน!
⦁ 5 เคล็ดลับที่จะหนีออกจากออฟฟิศซินโดรม

5 พฤติกรรมสุดแย่ของพนักงานออฟฟิศที่เป็นผลร้ายร้ายต่อร่างกาย

เมื่อเข้าสู่การเป็นพนักงานออฟฟิศที่ทำแต่งาน งาน งาน จนบางครั้งทำให้ลืมเรื่องของสุขภาพไป พอมารู้ตัวอีกที ก็คือตอนที่มีอาการป่วยซะแล้ว และหนึ่งในโรคยอดฮิตของมนุษย์ออฟฟิศ ก็คงหนีไม่พ้น โรค “ออฟฟิศซินโดรม” ซึ่งเกิดจากการนั่งทำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน และไม่ค่อยได้ขยับ ซึ่งเราจะมาบอก 5 พฤติกรรมเสี่ยงที่อาจจะทำให้คุณกลายเป็น “ออฟฟิศซินโดรม” ได้
⦁ นั่งทำงานในอิริยาบถเดิมนาน ๆ การตั้งใจทำงานเป็นสิ่งที่ดี แต่ทำงานจนข้ามวันข้ามคืนหรือการจดจ่อกับการทำงานมากเกินไป อาจทำให้มีอาการบาดเจ็บ ตึงและชาในอวัยวะต่างๆ เกิดอาการตึงและนิ้วล็อค เสี่ยงต่อการเกิดอาการอ่อนแรงของร่างกายได้
⦁ จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อาจปวดร้าวถึงตา และสามารถทำให้เกิดการปวดไม่เกรนได้อยู่บ่อย ๆ เพราะใช้สายตาและได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอมากเกินไป
⦁ พักผ่อนไม่เพียงพอและไม่ออกกำลังกาย สามารถก่อให้เกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือดสูง เสี่ยงต่อการเป็นผลร้ายต่อร่างกายในระยะยาวได้
⦁ เครียดจากการทำงาน ความเครียดสะสมในระยะสั้นนั้นอาจเพียงแค่ทำให้เกิดความไม่สดชื่น คิดงานไม่ออก แต่ถ้าเกิดการสะสมเป็นระยะเวลานานเกินไป ก็อาจจะส่งผลต่อโรคซึมเศร้าได้
⦁ กินไม่เป็นเวลากินตามใจปาก ด้วยเวลาที่เร่งรีบ อาจทำให้ใครหลายคนมองข้ามอาหารเช้า และอาหารที่เป็นประโยชน์ ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง นอกจากนี้การกินอาหารบนโต๊ะทำงานโดยไม่เดินออกไปไหน ก็สามารถทำให้เกิดโรคได้

5 อาการสัญญาณบอกโรคบ้างาน!

หลายๆ คนคงสงสัยว่าอาการของโรคบ้างานเนี้ยเป็นยังไง? เรามี 5 สัญญาณเตือนของ “โรคออฟฟิศซินโดรม” มาให้สังเกตกันดู ว่าเรามีอาการเหมือนสัญญาณเตือนเหล่านี้หรือไม่
⦁ ขณะทำงานอยู่ก็อาจเกิดอาการเมื่อยชาบริเวณมือและแขน อาจเกิดอาการนิ้วล็อคและใช้เมาส์ไม่ถนัดเพราะเกิดอาการแข็งตึงบริเวณนิ้ว และปวดร้าวถึงข้อมือ เป็นสัญญาณที่ทำให้บ่งบอกให้รู้ว่าเรากำลังมีอาการออฟฟิศซินโดรมอยู่ เพราะขณะที่เรากำลังนั่งตัวเกร็งเพื่อทำงานนั้นกล้ามเนื้อตรงนิ้วมือของเราก็ทำงานหนักมากเช่นกัน จนอาจเกิดการอักเสบและบวมไปถึงเส้นประสาทและเอ็นข้อมือของเรา ทำให้นิ้วล็อคชาและเอ็นอักเสบ
⦁ เกิดการปวดหัวหนักกว่าปกติ การปวดหัวหนักอาจจะขึ้นจากสาเหตุที่เรา เครียดมากเกินไปหรืออาจจะเกิดจากการนอนน้อยหรือการนอนไม่เพียงพอโดยการนอนที่ดีควรอยู่ระหว่างเจ็ดถึง 8 ชั่วโมงหากเรานอนไม่เพียงพอก็จะส่งผลให้ตื่นสายและทำให้ต้องเร่งรีบไปทำงานจนทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าเมื่อทำเบาะเป็นเวลาบ่อยบ่อยก็จะเกิดอาการสะสมขึ้นได้
⦁ ปวดร้าวบริเวณหลัง ขณะทำงานอยู่บนเก้าอี้เป็นเวลานานโดยไม่ได้ลุกไปไหนก็อาจจะทำให้ร่างกายเมื่อยล้า หากลองสังเกตตัวเองว่าหลังทำงานไม่นานก็จะนั่งแบบหลังงอ ทำให้กล้ามเนื้อคอตัวเองอยู่ตลอดเวลา และเกิดเป็นอาการปวดร้าวเรื้อรังได้
⦁ ปวดแสบเมื่อเข้าห้องน้ำ อาการนี้สามารถพบได้บ่อยในพลังงานออฟฟิศที่ชอบกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานานหรือทำงานเพลินจนลืมเข้าห้องน้ำ หากมีพฤติกรรมแบบนี้บ่อยบ่อยอาจจะทำให้ติดเชื้อแบคทีเรีย และอาจทำให้เกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้
⦁ เกิดอาการตาพร่ามัว เมื่อทำงานผ่านหน้าจอหากเราใช้สายตาโดยไม่ได้หยุดพักไม่ว่าจะเป็นผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนจะทำให้ได้รับแสงสีฟ้ามากเกินไปเป็นเวลานานต่อเนื่อง สิ่งที่ตามมาก็คือการสร้างสภาพของเยื่อนัยน์ตาและมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดต้อหินในอนาคตได้

5 เคล็ดลับการหลีกหนีจากอาการออฟฟิศซินโดรม

⦁ จัดของบนโต๊ะทำงานให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสม สะดวกต่อการหยิบจับและการนำมาใช้โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์เมาส์และคีย์บอร์ดจะต้องตั้งไม่ไกลกับตัวเองมากเกินไปโดยเฉพาะเหมาควรมีอุปกรณ์รองข้อมือเพื่อหลีกเลี่ยงการบัตรเจ็บข้อมือและนิ้วจากการทำงานอย่างหนักหน่ว
⦁ พักผ่อนให้เพียงพอและปรับเวลาชีวิตให้เป็นระบบเพราะการตื่นนอนและการเข้านอนยังเป็นเวลานั้นจะทำให้ร่างกายสามารถที่จะพักผ่อนได้อย่างเต็มที่จึงทำให้ร่างกายพร้อมกับการเผชิญวันใหม่และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
⦁ เลือกเก้าอี้ทำงานที่เหมาะสมกับสรีระร่างกายของเรา โดยปรับเก้าอี้ไม่ให้สูงหรือต่ำจนเกินไปและไม่ให้ใกล้หรือไกลกับโต๊ะนอื่นคอมพิวเตอร์เกินไปและปรับท่าทางการนั่งของเราโดยไม่นั่งหลังงรวมไปถึงการพักร่างกายตาการทำงานโดยอาจจะพักร่างกายจากการทำงานโดยอาจจะออกไปเดินเล่นเพื่อให้ได้ร่างกายได้ขยับทำให้ไม่เกิดอาการปวดเมื่อยและเป็นผลต่อการปวดหลังได้
⦁ ไม่กลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน หากรู้สึกที่จะต้องการเข้าห้องน้ำไม่ว่าจะเป็นการถ่ายเบาหรือถ่ายหนัก เราไม่ควรที่จะกั้นเอาไว้เพราะจะทำให้เป็นการฝืนร่างกายจนอาจทำให้เกิดโรคตามมาได้
⦁ พักสายตา เมื่อทำงานเป็นเวลานานอาจจะหลับตาเป็นเวลา 5 ถึง 10 นาทีเพื่อเป็นการพักผ่อนสายตาและกลับมาทำงานต่อ หรือการออกไปเดินเล่นและมองไปยังที่ที่ไกลออกไปหรือมองไปในวัตถุที่มีสีเขียวจะทำให้สบายตาขึ้นและลดอาการเมื่อยล้าของสายตาได้
สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายหรือใส่ใจสุขภาพมากนัก ก็อาจจะยืดเส้นยืดสายที่โต๊ะทำงานสักหน่อย เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ขยับและผ่อนคลาย


“ออฟฟิศซินโดรม” น่ากลัวกว่าที่คิด! บทความนี้จะจัดเต็ม 5 พฤติกรรม 5 สัญญาน และ 5 เคล็ดลับ ที่เกี่ยวข้องกับออฟฟิศซินโดรมเน้นๆเนื้อๆ อ่านปุ๊บ ร้องอ๋อทำตามได้ทันที!

Login